prettylilthings

จากที่เคยค้านหัวชนฝา ยังไงๆ ก็ไม่ยอมไปอยู่ชานเมือง เพราะไม่อยากเปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นปริมณฑล  ก็ตั้งแต่เกิดก็เป็นคนกรุงเทพ อยู่ๆจะให้มาย้ายทะเบียนบ้าน มันก็ยังไงๆอยู่

แต่พอได้ใช้เวลามาอยู่ ประกอบกับ ตอนอยู่มหาลัย ก็สุดจะชานเมือง อยู่ไปอยู่มา กลับอินแฮะ รถไม่ติด บรรยากาศสบายๆ กับข้าวกับปลายังราคาไม่อั๊พ มีที่โล่งๆในหมู่บ้าน ให้ออกกำลังกายมากมาย เลี้ยงหมาก็ได้สบายๆ ร้านอาหาร สวนอาหารใหญ่โตมโหฬาร แต่ราคาธรรมดาๆ แถมมีที่จอดรถให้อีกตรึม ร้านกาแฟสดแถวนี้ ถ้าไม่อร่อยจริงก็อยู่ไม่ได้ ปิดตามกันไปเป็นแถวๆ เพราะคนไม่ได้จำใจซื้อ เพียงแค่ให้มีที่นั่ง ที่เกริ่นมาถึงเรื่องร้านกาแฟนี่ เพราะแค้นส่วนตัว 555

ไอ้ True Cafe อะไรเนี่ย เห็นท่ามันดี ที่นั่งมากมาย คนก็กินกันเยอะแยะ สงสัยต้องรสดี  จะบ้าตาย ขึ้นราคาไปเป็นแก้วละ 100 เมื่อไหร่ไม่รู้  แล้วรสชาติ สุดจะเอือม แทบไม่ได้กลิ่นกาแฟ เอียนครีมจะแย่ ยังจะใส่วิปครีมให้อีก ไม่ได้สั่งเล้ยยยย  สักแต่ว่าทำๆกาแฟออกมา แล้วเชิญไปนั่งเลยจ้ะ เพราะร้านฉันไม่ได้เน้นกาแฟ เน้นที่นั่งงงงงง

สรุปเสียค่าที่นั่งไป 100 บาท ให้กับพื้นที่ในเมือง เพื่อจะนั่งอ่านหนังสือ ละเลียดกาแฟ (ที่ต้องละเลียดเพราะกินไม่ลง)  แต่ก็ไม่ถือว่าเสียหลาย เพราะได้นั่งดูแข่งกรีฑาโอลิมปิก ในจอใหญ่โต นี่มันสนุกกว่าปกติจริงๆ

เข้าเมืองที ก็ต้องทั้งซื้อของ ดูหนัง เดินช๊อป กินข้าว ซะให้คุ้มค่าน้ำมันหน่อย ยิ่งถ้าต้องจ่ายค่าที่จอดรถ ยิ่งต้องบริหารเวลากันหน่อย เฮ้อ ชีวิต เร่งรัดกันจริง

กินข้าว เดินช๊อป ขอเดินพารากอน เพราะอากาศเย็นฉ่ำ สบายตัว แต่ดูหนัง ขอกลับไปใช้บริการที่คุ้นเคย ฝั่งสยามจะดีกว่า

เพราะจะได้สะสมแสต๊มป์ โปรโมชั่นเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน ของโรงหนังเครือ Apex แถมราคาค่าตั๋ว ยัง100บาท คงเดิม  หลงดูฝั่งพารากอนไปบ้างตามแสงสี 140 บาท บางที มีบังคับ 160บาทอีก บอกเป็นเบาะหนัง จ๊ากกกก ไม่ได้ขอซะหน่อย แต่ถ้าจะดูโรงนั้น ก็บังคับเลย

ดูเรื่อง Sand's chronicle หนังญี่ปุ่น

ไม่มีอะไรจะวิจารณ์ เพราะก็เนิบๆตามไสตล์หนังญี่ปุ่น  แต่เนื้อเรื่องนี่พอรู้เลยว่าต้องดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนแน่ๆ   แล้วเราก็เข้าไปดู แบบไม่ค่อยจับใจความซักเท่าไหร่ ปล่อยใจไปเพลินๆ แต่แอบมีน้ำตาร่วงแฮะ 555

บรรยากาศในเรื่องดูย้อนยุค  รถไฟที่เค้านั่งไปทัศนศึกษากันนี่ มันรถไฟไทยชัดๆ 555

นางเอก พระเอก ตอนเด็กน่ารัก พอตอนโตผิดหวังแฮะ หาน่ารักแบบตอนเด็กไม่ได้...   ดูแล้วแอบนึกถึงรักสมัยเด็กๆ ตรงที่ มันแทบไม่เคยจะ happy ending กันไปตลอด จนโต จะต้องมีร้างมีเลิกกันไป อาจเป็นเพราะเรายังไม่โตพอที่จะรู้จักตัวเองดีด้วยซ้ำ แล้วจะให้ใครมารู้จักมาเข้าใจ เราไปตลอดได้ยังไง

แต่นึกกลับไป จะจำความเจ็บช้ำไม่ค่อยได้ จะนึกออกก็แต่ความทรงจำดีๆ แบบเดินกุ๊กกิ๊กที่สยามด้วยกัน ฝ่ายชายช่วยถือกระเป๋าให้ มีเพื่อนๆคอยล้อเวลาสวีทกัน เดินจับมือกัน ก็ตื่นเต้นแล้ว ^o^

ขอจบแบบนางเอกในเรื่อง "แล้วอดีต ก็กลายมาเป็นอนาคต"

 

 

ใครที่เบื่อๆละคร น้ำเน่า ที่เริ่มลามจากในจอ ออกมานอกจอ (อู้ว มันส์...) ก็ขอเชิญชวน ไปดู หุ่นละครเล็ก ที่โรงละครอักษรากันดีกว่า 

ราคาบัตรปกติอยู่ที่800บาท แต่ค่อนข้างจะไม่ได้แอ้มเงินเรา เพราะแม่ไปดูมาแล้ว สามารถหาบัตรมาได้ในราคาคนละ 150บาท เท่านั้นนนนน....   แค่บรรยากาศรอบโรงละคร ก็คุ้มแล้วราคานี้

โปรโมชั่นนี้ คงจะมีอีกไม่นาน แต่เห็นบอกว่า จะเปลี่ยนเป็น ราคา600บาท แต่รวมกับค่ากินอาหารด้วย ก็ยังคุ้มอยู่นา...

 บรรยากาศรอบๆโรงละคร ภายนอก

 

เดินทาง ก็สะดวก อยู่ที่ King Power ซอยรางน้ำนะคะ  มารถไฟฟ้า แล้วก็เดินหอบแฮ่กนิดๆมาก็ได้ หรือจะเอารถส่วนตัว เข้ามาจอดก็สะดวกสบายมาก จะมีคุณยาม คอยบอกทาง ไปที่จอดที่เดินขึ้นได้ใกล้ๆเป็นระยะ เข้าไปก็มีพนักงาน คอยบอกทางตลอด ต้อนรับขับสู้ดีมากค่ะ

รอบการแสดง วันอังคาร-ศุกร์ มีรอบเดียว เวลา19.00น.

เสาร์อาทิตย์ จะมี2รอบ 13.00 และ 19.00น.

ไปถึงก่อนเวลาซักนิด ก็เดินชมร้านขายของ "Scene Shop" ขายของไทยๆ ดีไซน์เก๋ๆ รับรองว่าเก๋จริง เพราะเห็นแล้วอยากได้ไปหมด ติดแต่ราคา สะดุดไปหน่อย แต่ก็เข้าใจว่าขายdesign&ideaค่ะ