Winter Style Guide

posted on 04 Dec 2008 23:01 by pretty-little-things in Fashion

ลมหนาวได้มาสัมผัสผิวเป็นระลอกที่สองแล้ว สำหรับเด็กชานเมืองอย่างเรา

เครื่องปรับอากาศแทบไม่ต้องเปิด นอนเปิดหน้าต่าง บางเช้า รู้สึกไม่อยากจะตื่น แถมพาลไม่อยากจะอาบน้ำ 555

ได้เวลาขุดเสื้อผ้าหนาวๆ ที่ไม่มีโอกาสจะใส่ออกมาซะที

 

keyword หลักของ winterนี้ ก็คง ลายสก๊อตเลยจ้า อยู่ได้ในทุกitem 

พวกขนๆ เฟอร์ๆ ก็ไม่มีพลาด แม้เมืองไทยจะไม่หนาวหนักขนาดนั้น แต่มีรายละเอียดในชุดเป็นขนปุยนิดๆ พอ ให้ได้อารมณ์หน้าหนาว ก็เริ่ดแล้วจ้า

แต่งอารมณ์นี้ ก็ได้แบบย้อนยุคนิดๆนะ (รูปล่าง)

ใส่ซ้อนทับเยอะๆ แบบมีlayer ก็สะดวกแล้วงานนี้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ไม่ใช้แฟชั่น แต่ดูแล้วให้อารมณ์เย็นๆดีเหมือนกัน

ห้องแบบนี้ ดูเย็นเยียบเกินไปรึเปล่านะ แต่เราชอบห้องมืดๆแบบนี้แฮะ

หนาวๆ ก็ยังชอบจะกินน้ำปั่นอยู่ดี ท่าจะเย็นนนนน ยิ่งขึ้น

Enjoy your Winter นะจ๊ะ

 

จากที่เคยค้านหัวชนฝา ยังไงๆ ก็ไม่ยอมไปอยู่ชานเมือง เพราะไม่อยากเปลี่ยนบัตรประชาชน เป็นปริมณฑล  ก็ตั้งแต่เกิดก็เป็นคนกรุงเทพ อยู่ๆจะให้มาย้ายทะเบียนบ้าน มันก็ยังไงๆอยู่

แต่พอได้ใช้เวลามาอยู่ ประกอบกับ ตอนอยู่มหาลัย ก็สุดจะชานเมือง อยู่ไปอยู่มา กลับอินแฮะ รถไม่ติด บรรยากาศสบายๆ กับข้าวกับปลายังราคาไม่อั๊พ มีที่โล่งๆในหมู่บ้าน ให้ออกกำลังกายมากมาย เลี้ยงหมาก็ได้สบายๆ ร้านอาหาร สวนอาหารใหญ่โตมโหฬาร แต่ราคาธรรมดาๆ แถมมีที่จอดรถให้อีกตรึม ร้านกาแฟสดแถวนี้ ถ้าไม่อร่อยจริงก็อยู่ไม่ได้ ปิดตามกันไปเป็นแถวๆ เพราะคนไม่ได้จำใจซื้อ เพียงแค่ให้มีที่นั่ง ที่เกริ่นมาถึงเรื่องร้านกาแฟนี่ เพราะแค้นส่วนตัว 555

ไอ้ True Cafe อะไรเนี่ย เห็นท่ามันดี ที่นั่งมากมาย คนก็กินกันเยอะแยะ สงสัยต้องรสดี  จะบ้าตาย ขึ้นราคาไปเป็นแก้วละ 100 เมื่อไหร่ไม่รู้  แล้วรสชาติ สุดจะเอือม แทบไม่ได้กลิ่นกาแฟ เอียนครีมจะแย่ ยังจะใส่วิปครีมให้อีก ไม่ได้สั่งเล้ยยยย  สักแต่ว่าทำๆกาแฟออกมา แล้วเชิญไปนั่งเลยจ้ะ เพราะร้านฉันไม่ได้เน้นกาแฟ เน้นที่นั่งงงงงง

สรุปเสียค่าที่นั่งไป 100 บาท ให้กับพื้นที่ในเมือง เพื่อจะนั่งอ่านหนังสือ ละเลียดกาแฟ (ที่ต้องละเลียดเพราะกินไม่ลง)  แต่ก็ไม่ถือว่าเสียหลาย เพราะได้นั่งดูแข่งกรีฑาโอลิมปิก ในจอใหญ่โต นี่มันสนุกกว่าปกติจริงๆ

เข้าเมืองที ก็ต้องทั้งซื้อของ ดูหนัง เดินช๊อป กินข้าว ซะให้คุ้มค่าน้ำมันหน่อย ยิ่งถ้าต้องจ่ายค่าที่จอดรถ ยิ่งต้องบริหารเวลากันหน่อย เฮ้อ ชีวิต เร่งรัดกันจริง

กินข้าว เดินช๊อป ขอเดินพารากอน เพราะอากาศเย็นฉ่ำ สบายตัว แต่ดูหนัง ขอกลับไปใช้บริการที่คุ้นเคย ฝั่งสยามจะดีกว่า

เพราะจะได้สะสมแสต๊มป์ โปรโมชั่นเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน ของโรงหนังเครือ Apex แถมราคาค่าตั๋ว ยัง100บาท คงเดิม  หลงดูฝั่งพารากอนไปบ้างตามแสงสี 140 บาท บางที มีบังคับ 160บาทอีก บอกเป็นเบาะหนัง จ๊ากกกก ไม่ได้ขอซะหน่อย แต่ถ้าจะดูโรงนั้น ก็บังคับเลย

ดูเรื่อง Sand's chronicle หนังญี่ปุ่น

ไม่มีอะไรจะวิจารณ์ เพราะก็เนิบๆตามไสตล์หนังญี่ปุ่น  แต่เนื้อเรื่องนี่พอรู้เลยว่าต้องดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนแน่ๆ   แล้วเราก็เข้าไปดู แบบไม่ค่อยจับใจความซักเท่าไหร่ ปล่อยใจไปเพลินๆ แต่แอบมีน้ำตาร่วงแฮะ 555

บรรยากาศในเรื่องดูย้อนยุค  รถไฟที่เค้านั่งไปทัศนศึกษากันนี่ มันรถไฟไทยชัดๆ 555

นางเอก พระเอก ตอนเด็กน่ารัก พอตอนโตผิดหวังแฮะ หาน่ารักแบบตอนเด็กไม่ได้...   ดูแล้วแอบนึกถึงรักสมัยเด็กๆ ตรงที่ มันแทบไม่เคยจะ happy ending กันไปตลอด จนโต จะต้องมีร้างมีเลิกกันไป อาจเป็นเพราะเรายังไม่โตพอที่จะรู้จักตัวเองดีด้วยซ้ำ แล้วจะให้ใครมารู้จักมาเข้าใจ เราไปตลอดได้ยังไง

แต่นึกกลับไป จะจำความเจ็บช้ำไม่ค่อยได้ จะนึกออกก็แต่ความทรงจำดีๆ แบบเดินกุ๊กกิ๊กที่สยามด้วยกัน ฝ่ายชายช่วยถือกระเป๋าให้ มีเพื่อนๆคอยล้อเวลาสวีทกัน เดินจับมือกัน ก็ตื่นเต้นแล้ว ^o^

ขอจบแบบนางเอกในเรื่อง "แล้วอดีต ก็กลายมาเป็นอนาคต"

 

 

ตามคำขอของหนุ่มๆ (หลายๆความเห็นในคอมเมนต์) เมื่อนานมาแล้ว

ว่าอยากให้Update Fashionฝั่งผู้ชายกันบ้าง  มีหรือจะใจร้าย ไม่จัดให้  คนสวยย่อมใจดี 555 คิดเอาเอง

เป็นที่ปรึกษาด้านความงามให้เพื่อนผู้ชาย มาก็นักต่อนัก หลักการของเราคือ แมนๆเข้าว่า เป็นผู้ชายต้องอย่าเยอะ หมายถึงพวก accessories อะไร ก็พองาม ไม่ต้องประโคม ให้ลุคโดยรวมออกมาดูสมดุล เป็นดีที่สุด

ยกเว้น พวกชอบโดดเด่นโดดเด้ง อันนั้น ดิชั้นไม่ทราบ ถ้างั้น แต่งตามใจคุณเถอะจ้า เพราะคุณคงจะเก่งกว่าอยู่แล้ว  อย่างที่เห็นตามSnap shot พวก Street style ผู้ชายเค้าก็แต่งกันเยอะขึ้นนะ ยุคนี้ โดยเฉพาะวัยรุ่น

แต่เราขอเน้นเอาพองาม ดูแมนๆ ละกันเนอะ มีลูกเล่นกันบ้าง ให้พอสนุกกับการแต่งตัว

เริ่มด้วยเสื้อยืด ชิ้นเบสิคของทุกคนอยู่แล้วอ่ะเนอะ  จะใส่แบบโมโนโทนอย่างรูปขวาบน คุมสีเป็นโทนเดียวกัน หรือจะเลือกสีแบบโดดเด้ง(ในกรณีที่สีผิวเข้าได้กับสีนั้นนะจ๊ะ อย่าให้ดูหมองๆเป็นพอ)  สีขรึมๆใส่กับแสล็คก็ยังพอไปกันได้

หรือที่จะแนะนำ คือแบบรูปซ้าย เหมือนใส่ซ้อนทับ มีเลเยอร์ เป็นลูกเล่นนิดนึง จะซื้อแบบที่เค้าทำเป็นเหมือนใส่ซ้อนกันสองตัวมาแล้ว หรือ ใส่เสื้อกล้ามตัวยาวๆไว้ข้างในอีกชั้นก็ได้(ไม่เอาซ้อนแขนยาวนะ บ้านเรามันร้อนและอาจจะดูมากมายได้)  เสื้อกล้ามนี่มีประโยชน์ตอนเวลาซื้อเสื้อยืดมา ซักแล้วหดขึ้นด้วยนะ เสื้อตัวที่ดูสั้นไป ก็จะเอากลับมาใส่ได้อีกจ้ะ ไม่เสียดาย

กางเกง ก็เลือกเอาตามสะดวกจ้ะ ใส่สีๆบ้างก็ได้นะคะ แต่ถ้าเน้นสีที่กางเกงแล้ว อย่างอื่นก็ดรอปลงมานิ๊ด

กางเกงขาสั้น ใส่แบบพอดีตัวกันบ้างก็ได้ เห็นชายไทย ยืนหยัดกับกางเกงขากองๆกระเป๋าเยอะๆ(ไม่รู้จะเอากระเป๋าไปเก็บอะไรนักหนา) กันมานานแล้ว  ก็เห็นจะมีแต่เด็กสยาม ใส่กันแบบพอดีตัวบ้าง แต่บางคนก็สั้นไปนะจ๊ะ เป็นผู้ชาย ไม่ต้องโชว์ขาอ่อนก็ได้จ้ะ

เสื้อโปโล ก็เห็นใส่กันมานาน ชักเบื่อ เพิ่มลูกเล่นซักนิด ก็ดีจ้ะ    แบบในรูปขวา ก็มีขลิบตามขอบ

ส่วนเสื้อคู่กัน ของคู่กัน มีแฟน มีหวานใจ ก็ซื้อไว้ใส่คู่กันเพิ่มความกุ๊กกิ๊กสตอเบอรี่ ซักอย่าง2อย่าง ก็ได้ ตามใจสาวๆหน่อย  ดีกว่าไม่มีคู่ให้ใส่ด้วยน้ะ...^o^

เครื่องประดับ ผู้ชายก็เล่นได้เยอะนะ ทั้ง กระเป๋า เข็มขัด แว่นตา กำไลข้อมือบ้างเล็กน้อย นาฬิกานี่หลักๆเลย

อย่างที่บอก ใส่ให้ดูพอดี พอเก๋ พอแล้ว อย่างรูปซ้ายเป็นตัวอย่างนะจ๊ะ เล่นกับดีเทลของเข็มขัดแล้ว พวกกำไลข้อมือก็ไม่ต้องฉูดฉาด เสื้อshirt ก็เป็นเรียบๆไม่ต้องลาย เพิ่มนาฬิกาให้ดูมาดแมนหน่อย เป็นอันออกมาดูดี

 

ต่อไป มาดูความเคลื่อนไหวของMen Fashion จากหลากหลายเมืองที่ขึ้นชื่อว่าหนุ่มๆทันสมัยกัน

ส่วนอันข้างล่างนี้ Stylist เค้าจัดให้เป็นBest Look ของแต่ละเมือง  แต่เราว่า ของญี่ปุ่นไม่เข้าตาแฮะ หรือเพราะเราอคติกับผมทรงน้านนนนน 555

 ------------------------------------------------------------------------------------

ขอให้สนุกกับการแต่งตัวละกันนะจ๊ะ สาวๆหนุ่มๆ

If u want some more please leave ur request อาจจะทำตามหรือไม่ทำตาม แล้วแต่ใจตัวเอง 555

อ้อ!!! เสื้อผ้าบางชิ้น หาซื้อได้จริงๆใน bid yahoo taiwan ราคาไม่แพงเว่อร์มาก เทียบกับแบรนด์ในห้างนะ

 

ใครที่เบื่อๆละคร น้ำเน่า ที่เริ่มลามจากในจอ ออกมานอกจอ (อู้ว มันส์...) ก็ขอเชิญชวน ไปดู หุ่นละครเล็ก ที่โรงละครอักษรากันดีกว่า 

ราคาบัตรปกติอยู่ที่800บาท แต่ค่อนข้างจะไม่ได้แอ้มเงินเรา เพราะแม่ไปดูมาแล้ว สามารถหาบัตรมาได้ในราคาคนละ 150บาท เท่านั้นนนนน....   แค่บรรยากาศรอบโรงละคร ก็คุ้มแล้วราคานี้

โปรโมชั่นนี้ คงจะมีอีกไม่นาน แต่เห็นบอกว่า จะเปลี่ยนเป็น ราคา600บาท แต่รวมกับค่ากินอาหารด้วย ก็ยังคุ้มอยู่นา...

 บรรยากาศรอบๆโรงละคร ภายนอก

 

เดินทาง ก็สะดวก อยู่ที่ King Power ซอยรางน้ำนะคะ  มารถไฟฟ้า แล้วก็เดินหอบแฮ่กนิดๆมาก็ได้ หรือจะเอารถส่วนตัว เข้ามาจอดก็สะดวกสบายมาก จะมีคุณยาม คอยบอกทาง ไปที่จอดที่เดินขึ้นได้ใกล้ๆเป็นระยะ เข้าไปก็มีพนักงาน คอยบอกทางตลอด ต้อนรับขับสู้ดีมากค่ะ

รอบการแสดง วันอังคาร-ศุกร์ มีรอบเดียว เวลา19.00น.

เสาร์อาทิตย์ จะมี2รอบ 13.00 และ 19.00น.

ไปถึงก่อนเวลาซักนิด ก็เดินชมร้านขายของ "Scene Shop" ขายของไทยๆ ดีไซน์เก๋ๆ รับรองว่าเก๋จริง เพราะเห็นแล้วอยากได้ไปหมด ติดแต่ราคา สะดุดไปหน่อย แต่ก็เข้าใจว่าขายdesign&ideaค่ะ

 ผ้าปิดตานอน อยากจะได้ซักอัน แต่เลือกไม่ถูก ขอติดไว้ก่อน 555

หรือถ้าเผื่อเวลามากินข้าวด้วยได้ ก็มีร้านอาหาร "รามายณะ" แต่เราขอไปฝากท้องกันด้านนอกดิวตี้ ฟรี ก็พอมีร้านน่ากิน หรือร้านบรรยากาศดีๆอยู่ด้วย เดินออกไปไม่ไกล จะได้ชมสถาปัตยกรรมรอบๆด้วย เย็นๆอากาศดีจะตาย

หรือเวลายังเหลือ ก็ไปเดินเล่นใน duty free ให้สบายใจเชิ้บ เชิ้บ ก็ได้

 เดินเข้าไปในโรงละคร ก็เป็นโถงใหญ่ๆ ตกแต่งสวยดี แต่ไม่อลังการเท่าที่ควร ก็เป็นโรงละครแบบไม่ใหญ่มาก จุได้597ที่ 

นั่งดูๆไป ขนลุกไป ภูมิใจในความเป็นไทยขึ้นมาทันที  ช่วงที่เค้าแสดง ไม่ได้ถ่ายรูปเลย (เพราะเค้าไม่ให้ใช้แฟลชด้วย ห้ามบันทึกภาพ) แต่ถึงให้ถ่ายได้ ก็ไม่อยากเสียเวลายกกล้องขึ้นมาถ่ายอยู่ดี เพราะไม่อยากพลาดซักช็อต

  

จบการแสดง ก็มีให้ถ่ายกับหุ่นด้วย เค้าจะทำท่าเหมือนมีชีวิตด้วยแหละ

มันน่าตื่นเต้น ตรงที่ หุ่นตัวเล็กๆหนึ่งตัวเนี่ย ใช้คนเชิด3คน แล้วทุกคนต้องเหมือนร่ายรำไปด้วย แสดงท่าประกอบเดียวกับหุ่น (อธิบายยังไง ก็ไม่เท่าไปชมเอาเองนะจ๊ะ) สีหน้า ท่าทาง ต้องเหมือนกับหุ่นเลย คนแสดงต้องแยกประสาทเก่งมากๆ

ใช้เวลาในการชม ประมาณไม่เกินชั่วโมง  กำลังดีเลยนะ ไม่เบื่อเกินไป สำหรับผู้ที่ไม่ถนัดเสพย์ของไทยๆมาก่อน ดนตรี ก็ไม่ได้เป็นเพลงไทยเดิม น่าเบื่อๆ เค้าเหยาะอารมณ์ขัน น่ารักๆ ได้ดีในหลายช่วงเลยแหละ

 ฉากนี้ สวยมากๆ

 ฉากนี้ นี่ครึกครื้นเป็นพิเศษ พ่อชอบมาก ถึงขั้นออกปากอยากมาดูอีกซักครั้ง เพราะตัวแสดงบนเวทีเยอะ ดูได้ไม่ครบหรอก เราก็ดูแต่ตัวเด่นๆ แล้วก็มองภาพรวมๆเอา

 ฉากนี้ ไม่ใช่ของไทย แต่เป็นละครแบบร่วมสมัย ก็ดีค่ะ โจโจ้ซัง กำลังฮิตพอดี 555 หุ่นโจโจ้ซัง ก็สวยมากๆ

 รายละเอียด มันมีเยอะกว่านี้ แต่อยากให้ไปค้นหากันเอาเอง

ไปดูด้วยตาตัวเองกันดีกว่า... อ่านที่เราบรรยายไปก็เท่านั้น

 

รอบการแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก
อังคาร – ศุกร์: 1 รอบ เวลา 19.00 น.
เสาร์-อาทิตย์: 2 รอบ เวลา 13.00 น. และ 19.00 น.
บัตรราคา: 800 บาท ทุกที่นั่ง
สำรองบัตร: ทุกวัน 10.00 – 20.00 น.
ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรหน้าโรงละครอักษรา ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ
โทร. 02 677 8888 ต่อ 5678 หรือที่ www.thaiticketmajor.com
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร.02-677-8888 ต่อ 5605 หรือ www.aksratheatre.com

 

 

 

 

edit @ 21 Jul 2008 22:42:29 by pretty_little_things

รวบรวมFashion zone Asia วันฝนฉ่ำๆ

posted on 16 Jul 2008 20:04 by pretty-little-things in Fashion

ฟ้าหม่นๆ ฝนก็ตก planจะออกไปกินข้าวนอกบ้านก็อด (เพราะไม่อยากปล่อยหมาอยู่บ้านคนเดียว ตอนฝนตก ฟ้าร้อง ไม่งั้นมันชอบวิ่งขึ้นบันได แล้วมันก็ลงไม่เป็น ต้องนั่งคาอยู่บนบันได จนกว่าเราจะกลับมาเอาลง น่าสงสาร...)

เลยนั่งรวบรวมเสื้อผ้า มาให้ชมกัน เหมาะกับ หน้าร้อนบ้าง หน้าฝนบ้าง ตามใจฉันสุดๆ

ออกแนวแหวกๆหน่อย decorate เด็กๆเกินไป แต่เสื้อฮู้ดอันนี้ นี่เหมือนเสื้อกันฝนเลยแฮะ ก็ดูน่ารักดี

 นางแบบน่ารัก

แล้วถ้าอันนี้ยังแปลกไม่พอ ต้องอันนี้เลย

ดู sportๆหน่อย แต่แอบเก๋ ตรงกางเกงลายดอก ซึ่งเราว่า น่ารักดีออก   แต่ไม่ชอบlegging สีตุ่นๆอันนี้เลย ยิ่งนางแบบใส่ ดูขากะหร่องไปเลยอ่ะ

ซูมดูกางเกงกันชัดๆ น่ารักออก

  นางแบบน่ารัก ทรงผมน่ารัก

^ ออกแนว วินเทจ ลายดอกเล็กๆแบบนี้

แนวหวานๆ กระโปรงฟูฟ่อง ผู้หญิงสุดๆ ทั้งระบาย ทั้งโบว์

 

ลายดอกหวานๆ แต่mix แล้วดู casual ได้

 

Casual กันต่อ...

 

กระเป๋าผ้าใบนั้น น่ารักสุดขีด

แต่งตัวง่ายๆ สบายๆ ถือกับกระเป๋าผ้า ลายดอกเล็กๆ น่ารัก

  เสื้อผ้า ก็ออกแนวcasual แต่นางแบบพรีเซนท์ให้sexy ได้

เสื้อแบบนี้ เห็นในร้าน CC-OO เผื่อใครอยากได้ แต่ไม่อยากต้องสั่งมาจากเว็บนะจ๊ะ

อืม วันนี้ อั๊พ ตามใจตัวเองพอละ ^o^ อารมณ์ก็ดีขึ้น ตามลำดับ 555

 

 

 ไอ้ล้านเยนนนน ข้างบน นั่นล้อเล่นนะ แล้วก็ไม่ได้ชวนไปแข่งกินจุหรือ กินเร็วด้วย

แต่ไปได้ข่าวอันนี้มา

ไม่เคยไปกินกับเค้าหรอก แล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะไปกินด้วย

แต่มันเป็นโปรโมชั่นที่แปลกดีนะ lunch buffet ในราคา5บาท ต่อนาที  จะกี่บาท ขึ้นอยู่กับคุณแล้วหล่ะ

ที่ห้องอาหาร ISO ออกแนวเหมือนมาตรฐานอุตสาหกรรมยังไงไม่รู้ ^^

คำโปรยของห้องอาหารISO

With soaring panoramic views of our lush garden and pool, ISO is the ideal venue any time of the day. Whether it is breakfast, lunch or dinner, ISO features the best of Eastern and Western cuisines with authentic flavours. Finally, food that's true to its roots.
ISO is open daily for:Breakfast 6:30 am to 10:00 pm
Buffet Lunch 11:30 am to 2:00 pm
Dinner 6:30 pm to 11:00 pm
Jazz Sunday Brunch 11:30 am to 2:30 pm
Friday Seafood BBQ 6:30 pm to 11:00 pm
An à la carte menu is available throughout the day.

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าราคาปกติมันยังไงนะ แต่อันเนี้ย ขึ้นอยู่กับเวลาที่คุณกินเลย แล้วก็บวกเพิ่มVat & Service Charge แน่นอนอยู่แล้ว

กินเร็ว กินได้ กินดี ก็ไปลอง แล้วมาบอกกันด้วยนะ  เผื่อจะไปกินบ้าง  ไม่ใช่กินเร็ว แต่กินได้น้อย แป๊บเดียวก็คงกินอิ่ม น่าจะคุ้มนะเรา555

อ้อ ใครอยากเพิ่มอัตราการกินจุ ของตัวเอง แนะนำให้อ่าน "Gourmet Fighter"  ยุทธภฺมิกระเพาะเหล็ก ก่อนไปกิน    รับรอง ได้เทคนิคแปลกๆในการกินจุ เราอ่านแล้วบ้าไปช่วงนึงเลย "บ้าขยายกระเพาะ"555 คนเคยอ่านจะเข้าใจ

 

ออกตัวไว้ก่อน ว่าไม่ชอบทำreviewร้านอาหารซักเท่าไหร่

เพราะเน้นไปกินให้อร่อย จะมามัวถ่ายรูปไม่ได้ 555 ก็เลยมีรูปสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง องค์ประกอบขาดๆเกินๆ

ไปกันเลยมั๊ยจ๊ะ ออกเดินทาง... เราเอารถส่วนตัวไปจอดที่จอดรถ เข้าทางเดียวกับโรบินสันสุขุมวิทนะจ๊ะ ที่จอดรถโรงแรมเชิญชั้น 5-6 เลยจ้ะ        ส่วนใครนั่ง BTS หรือ MRT ก็ลงสถานีอโศกหรือสุขุมวิท ตามลำดับจ้ะ เดินมาไม่ไกลแน่นอน

ขึ้นมาจากที่จอดรถ จะเจอตู้ดิสเพลย์ ยั่ว ก่อน 555

  ทางเข้าห้องอาหาร Kisso เป็นบันไดดูดีไฮโซ แต่บรรยากาศมันสลัวๆ ไปทุกที่เลยแฮะ ถ่ายรูปแล้วออกจะไม่เกิด ^o^

บรรยากาศข้างใน ถ่ายจากโต๊ะที่นั่งไปรอบๆ มีมุมผัดเทปปันยากิอีกห้องหนึ่งโดยเฉพาะด้วย เห็นแว้บๆแต่ไม่ได้เดินไปดู ส่วนที่เห็นเป็นแสงฟ้าๆนั้น เป็นบริเวณทำพวกซูชิ ของสด อะไรประมาณนี้ เท่ดีนะ น่านั่ง แต่มันเป็นแบบเคาน์เตอร์

เริ่มจากสั่งเครื่องดื่มกันก่อน เห็นราคาพวก Soft Drink แล้วไม่คิดจะสั่ง 120บาท น้ำเปล่าก็รวมอยู่ในข่ายนี้ด้วย

ซึ่งกติกาการมากินฟรี ใช้Gift Voucher นี้คือ กินได้2คน รวมกันไม่เกิน 2500บาท ราคานี้ ไม่รวมน้ำจ้า แล้วก็ห้ามห่อกลับ   การสั่งเป็นแบบ a la carte นะคะ แต่เห็นว่าที่นี่ก็มีแบบbuffet ด้วยนะ เป็นbrunchวันอาทิตย์ ราคา850++ เปลี่ยนแปลงไปแล้วรึยังก็ไม่รู้ เช็คกันเอาเองเน้อ

เลยสั่งชาเขียวเย็น ซักไซ้ถามราคาอย่างดี อยู่ที่ 50บาท ต่อหัวเอง ทั้งร้อนทั้งเย็น  ที่ถ่ายมา ประเด็นคือ ที่รองแก้วน่ารักแฮะ o(^.^)o

เมนูแรกที่สั่ง มาถึงแล้ว เป็น Set สุกี้หมูจ้ะ ก็คนไปด้วย ไม่กินเนื้ออ่ะดิ บ่นมากไม่ได้ เพราะเป็นผู้อุปการะคุณGift Voucher ในครั้งนี้

สั่งพวกSet เพราะราคาถูกกว่าเยอะ จะได้กินหลายๆอย่างหน่อย แล้วของเครื่องเคียงก็ให้เยอะ+เป็นของดีด้วยนะ

ภาพรวมๆ จะเห็นว่า เครื่องเคียงนี่ มีทั้งมิโซะซุป (แต่รสชาติธรรมดาๆ) โอเด้งร้อนๆ(ในรูป โดนเขมือบไปแล้วส่วนหนึ่ง จริงๆเต็มยศกว่านี้) ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนๆ ผักดอง  ส่วนในเซ็ทปลาไหลของเรา มีปลาดิบและ ยำสาหร่ายให้ด้วย อย่างดีเลย

ซูมๆ เฉพาะเครื่องเคียง ยำสาหร่ายใส่มาในถ้วยรูปเปลือกหอย น่ารักอีกแล้ว เอ๊ะๆ แอบเห็นปลาไหล

เมนูถัดไปนั่นเอง ข้าวหน้าปลาไหล นิ่มๆจ้า

เนื้อนิ่มจริงๆ แต่รสชาติไม่เข้มข้นมาก ทานได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน

จานหลักอีกจาน เป็นปลาแซลมอนย่างซีอิ้ว  สนนราคา 400 บาท(มั้ง) แต่รสชาติถือว่า ทั่วไปมากๆ กินพวกราคา200กว่าๆ ก็ไม่ต่าง  คือถามว่าอร่อยมั๊ย ก็อร่อยดี กินได้ แต่ไม่สมราคา เพราะรสชาติไม่โดดเด่นเลย

ซูชิปลาดิบไทย ประมาณ 650 สั่งมา เพราะยังอยู่ในงบ 2500

หน้าปลาดิบ นี่ ก็ไม่ถูกใจเท่าไหร่ เนื้อมันหนึบๆติดคอ ใกล้จะอิ่มแล้ว ยิ่งทำให้กินไม่ค่อยลง

ไม่รู้เป็นเพราะ ปกติกินน้อยๆ มันเลยอร่อยรึเปล่า มาวันนี้ อาหารอะไรๆ ก็ดูจะธรรมดาไปซะงั้น ไม่อร่อยระดับห้องอาหารในโรงแรมเลย 

อิ่มแค่ไหน ก็ต้องขอปิดท้ายด้วยของหวาน  ขนมหวานมีให้เลือกไม่เยอะแฮะ  ขอเลือก "ถั่วแดงเย็น"

 

สรุปวันนี้ อิ่มกว่าปกติ แต่ยังไม่เกินพอดี  รสชาติแต่ละอย่างก็ดี ถ้านับว่าเป็นของฟรี

ถ้าให้ต้องจ่ายตังค์เอง มากิน คงขอผ่านจ้ะ รสชาติไม่เข้าขั้น แต่บริการดี บรรยากาศโอเค ถือว่าสอบผ่าน แต่คะแนนไม่เลิศเลอนะจ๊ะ

เหมาะกับการมาเดต คุยกันกุ๊กกิ๊กๆ หรือพาลูกค้ามาเลี้ยง เน้นการเจรจา เพราะแขกไม่พลุกพล่านมาก บรรยากาศกำลังดี ห้องน้ำดีเริ่ด อยู่ในห้องอาหารเลย ไม่ต้องเดินออกไปข้างนอก ขอให้คะแนนตรงนี้ละกัน

edit @ 7 Jul 2008 13:41:32 by pretty_little_things

เปิดหน้าexteen มาปุ๊บ เช็คประกาศผู้ได้รับหนังสือจาก a book ปั๊บ (http://world.exteen.com/20080704/a-book)

โอ้ เห็นเค้าใจดีแจกเพิ่ม เลยได้กับเค้าด้วย

ไชโยโห่ฮิ้ววววมากๆ เลิฟๆของฟรี 555 มีความสุขบอกไม่ถูก แม้จะเป็นรางวัลเล็กๆ แต่ก็แอบหวังอยู่เล็กๆ ขนาดไปงาน a book มา ยังไม่ยอมซื้อเล่มนี้ กะรอรางวัลดีกว่า555 ความมั่นใจสูงจริงๆ

ขอบคุณทางexteen และสปอนเซอร์ด้วยนะจ๊ะ ^o^

ถ้าได้รับ และอ่านแล้ว ไว้จะมาเล่า รวมกับเล่มอื่นๆที่ซื้อมาจากงาน a book fair อีกทีนะเคอะ...

เริงร่าด้วยของฟรีไปแล้ว ต่อด้วยชวนไปช๊อปสุดสัปดาห์นี้ เค้าลด ลด ลด กันให้เกร่อไปหมด

ลดจริงบ้าง ลดหลอกๆบ้าง (ลดหลอกๆก็ประมาณ ว่าลดแล้ว ก็ยังแพง ไม่ไหวจะซื้ออยู่ดี555)

ก็มันกลางปีแล้ว เค้าก็เอาเสื้อผ้าcollection เก่าๆ มาโละกันบ้าง ไอ้เราใส่ของตกseason ก็ไม่เห็นเป็นไร ของถูกเท่านั้นที่(ควรจะ)ครองโลก

เริ่มจาก MNG เห็นลดมาได้เป็นสัปดาห์แล้วนะ เดินผ่านพารากอนก็ยังเห็นลดอยู่ แต่ของสวยๆจะเหลือซักกี่มากน้อย อันนี้ไม่รู้ ไปเช็คกันดูนะจ๊ะ (ที่ พารากอน, สยามเซ็นเตอร์, CTW, เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว, Emporium )  พอดีไม่ใช่สาวกยี่ห้อนี้เท่าไหร่

ยี่ห้อ promod อันนี้ ผ่านที่ Siam centre ไม่คึกคักเท่าไหร่เลย ที่CTW คนเยอะกว่า ของยี่ห้อนี้สวยๆก็เยอะนะ ลดแล้วบางชิ้นก็ราคาน่าซื้อทีเดียว  แต่คนเงินไม่มีอย่างเรา ลดแล้ว ก็งั้นๆแหละ จะเอาตังค์ที่ไหนมาซื้อ T.T

 

Guess ก็ SALE จ้า  อันนี้ ไม่ได้ผ่านไปดูเลย

ส่วน CC-OO ก็ลดแล้วจ้า วันนี้ไปสอยมาเรียบร้อย ยี่ห้อนี้ ก็ลด50% ทั้งร้านเหมือนยี่ห้ออื่นๆ พวกที่เป็นผ้ายืด(สายเดี่ยว เสื้อยืด เสื้อโปโล) ผ้าเค้าดีจริง ถ้ามีเงินหน่อย ก็แนะนำให้ซื้อ

โดยเฉพาะคุณผู้ชาย ซื้อเสื้อยืด เสื้อshirt คุ้มดีนะคะ เสื้อShirtนี่ ผ้าเค้าดีจริงๆ แต่Size S นี่ เหลือน้อยเต็มทีจ้ะ ถ้าตัวใหญ่ๆหน่อย แทบไม่ต้องซื้อตอนราคาเต็มเลย รอSale ก็ยังเหลือ

แต่ CC-OO นี่ ถ้ามั่นใจว่าของที่เราเล็ง ท่าทางยังไงก็ไม่หมด ขอแนะนำให้อดใจรอ อีกแป๊บมันก็จะSale 70% ตามมา ถ้าเราเพิ่งซื้อไป ก็จะช้ำใจอย่างมาก 555

ไปช๊อปอะไรกันมาแล้ว ก็อย่าลืมเอามาอวดกันนะจ๊ะ (ของตัวเอง ขออุบไว้อวดทีเดียวดีกว่า)

ส่วนตัวเอง วันนี้เดินห้างพอแล้ว ขอตัวไปเดินเล่น จตุจักร มั่ง ไม่รู้ของจะแพงขึ้น จนราคาแพงเท่าในห้างแล้วรึยังน้อ??? ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย

 

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ - -

ร้านเช่าหนังสือก็อยู่ซะไกลเชียว แต่ดั้นด้นไปเช่าcartoonมาอ่านจนได้  แต่ปริมาณการเช่า ก็ไม่ถี่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนเช่าวันละ4เล่มขึ้นไป   แต่เดี๋ยวนี้ ต้องถึงกับขับรถออกไปเช่า ลำบากจัง T.T

ไม่อยากซื้ออ่านซื้อเก็บ เพราะไม่มีที่จะเก็บแล้ว แค่เก็บหนังสือก็ล้นตู้แล้ว ล้นตู้อีก ลามไปยังตู้อื่นๆแล้ว ^o^

 

 

"สืบโอซาก้า" เล่มนี้ ดูเป็นการ์ตูนภาพเก่าๆ มีคำว่า สืบๆ ไอ้เราก็เข้าทาง

ชอบมากแนวสืบสวนสอบสวน  แต่อ่านจากคำโปรยปกด้านหลังแล้ว

ไม่ใช่แฮะ  น่าจะเป็นเรื่องของนักข่าวมากกว่า

แต่จะบอกว่า สนุกกว่าที่คิดแฮะ ไม่ได้เน้นในการสืบคดี เหมือนการ์ตูนนักสืบ แต่เป็นเรื่องรายละเอียดของนักข่าวเลยจริงๆ ทั้งการหาข่าว สืบข่าว การเขียนต้นฉบับ จรรยาบรรณนักข่าว และแม้แต่ชีวิตส่วนตัว

แล้วมันไม่ได้มีแต่สืบคดีอย่างเดียว หลายๆคดี ที่สืบแล้ว หาตัวคนร้ายไม่ได้ก็มี เหมือนในโลกแห่งความเป็นจริงแหละ ไม่ใช่ทุกคดี ที่คนทำผิด จะถูกนำตัวมารับโทษได้ ญาติของเหยื่อ ก็ต้องขมขื่นกันไป...ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป ได้เห็นแง่มุมทั้งของฝั่งตำรวจ และฝั่งนักข่าว คนที่รับสืออย่างเดียวอย่างเรา จะได้รู้ไว้บ้าง

แม้เนื้อเรื่องจะโบราณไปหน่อย แต่ก็ได้เห็นเลยแหละ ว่าเป็นนักข่าวสมัยก่อน มันไม่ง่ายเลยนะ ต้องดูการค่อยๆไต่เต้าขึ้นไป พลาดข่าวใหญ่ๆช้ากว่าหนังสือพิมพ์อื่นไปหน่อย ก็โดนเด้งได้เลยนะนั่น

เห็นพ่อทำงานวงการหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เด็ก(แต่ไม่ใช่นักข่าวนะ) ก็อินไปด้วยนิดหน่อย ว่าธุรกิจทำหนังสือพิมพ์อย่างเงี้ย มันแข่งขันกันที่ความเร็วเลยนะ แล้วสมัยก่อน ก็ต้องใช้เพจเรียกกันแบบนั้นจริงๆ แล้วทุกคนก็ต้องแห่กันเข้ามาจริงๆ อย่างเวลาก่อนประกาศผลเอ็นทรานซ์สมัยก่อน ยังไม่ได้มีอินเตอร์เน็ตกันทุกบ้านอย่างนี้ ก็ต้องพิมพ์ลงหนังสือออกขาย ยิ่งเร็วกว่าอันอื่น ก็ยิ่งขายดีกว่า

เป็นการ์ตูนที่ตัวหนังสือเยอะ สาระมาก คุ้มค่าเวลา น่าอ่าน แต่... อ่านช้า ค่าเช่าก็มากตามไป T.T

 

เห็นมีโฆษณา a book fair 2008 ที่ CTW สุดสัปดาห์นี้

ศุกร์นี้ ไปงานเปิดexhibition ของเพื่อนที่ CTW พอดี ประจวบเหมาะ ต้องขอไปเดินช๊อปซะหน่อยแล้ว

ตังค์ไม่มี ไม่เจียม >.<

edit @ 26 Jun 2008 00:09:40 by pretty_little_things

Make up How To:Nude to High Tea Invitation

posted on 20 Jun 2008 18:06 by pretty-little-things in beauty

จะชวนสาวๆ เข้าไปชม How to ในเว็บ jeban ค่ะ

ไม่กล้าเอารูปตัวเองมาลงที่นี่เยอะๆ

ใครเป็นสมาชิก ก็เข้าไปชมได้เลยนะคะใน contest เดือนนี้ search อันที่มีคำว่า High Tea ก็ได้จ้า

ส่วนใครไม่เป็นสมาชิก สนใจอยากจะดู How to แต่งหน้า Theme แบบNatural Retouch โทนนู้ดๆ

ส่ง ems ขอ link ได้ค่ะ

เครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งทั้งหมด 

1. Missha M vita B.B. cream spf20
2.แป้ง Etude Dream on
3.แปรงปัดแป้ง Gine
4.Concealer OP คอนสามหลุมนั่นแหละ (ใช้ stick concealer KATE ร่วมด้วย)
5.แป้งไฮไลท์ georgia
6.eye shadow shiseido PN
7.Etude gel liner พร้อมแปรง
8.Mascara majorlica
9.convertible color Stila สี petunia
10.Stila rouge pot สี water lily
11.Vaseline
12.Tint Etude 02 สีส้ม
13.Gloss Revlon สี Toast to shine

ขั้นตอนคร่าวๆค่ะ

 

นี่แค่ขั้นตอนคร่าวๆค่ะ

มาดูรูป Before-After ก่อนแต่ง-หลังแต่งกัน ว่าMake up ช่วยท่านได้ 555

 เสร็จแล้ว ก็ไปเก๊กท่าจิบชา ทำตัวไฮโซๆกันได้เลย